บี. บราวน์ ประเทศไทย องค์กรดีเด่นที่น่าร่วมงานที่สุดในเอเชีย 7 ปีซ้อน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรสำหรับอนาคต ส่งเสริมคุณภาพชีวิตพนักงาน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบการดูแลสุขภาพในประเทศไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท บี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก ได้รับรางวัล “องค์กรดีเด่นที่น่าร่วมงานที่สุดในเอเชีย” (HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนความสำเร็จในการสร้างองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานและวัฒนธรรมการทำงานที่โดดเด่น นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัลการสนับสนุนความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมของพนักงาน (HR Asia Diversity, Equity and Inclusion Award) เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และรางวัลองค์กรที่โดดเด่นด้านความยั่งยืน (HR Asia Sustainable Workplace Award) เป็นปีที่ 2 อีกด้วย
การได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในองค์กร ดูแลคุณภาพชีวิตพนักงานอย่างรอบด้าน และเสริมสร้างศักยภาพเพื่อร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางการดูแลสุขภาพ

นายสายัณห์ รอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บี. บราวน์ ประเทศไทย เป็นหนึ่งใน 60 องค์กร ที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลประจำปี 2569 จาก 323 องค์กร ในกว่า 12 กลุ่มธุรกิจที่สมัครเข้าชิงรางวัล

“การได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับเรา เพราะเป็นผลสะท้อนโดยตรงจากความคิดเห็นและประสบการณ์ของพนักงานทุกคน พร้อมตอกย้ำความเชื่อว่าเมื่อพนักงานได้รับการสนับสนุนให้เติบโตและประสบความสำเร็จ คุณค่าที่เขาสร้างไม่ได้ส่งผลที่ดีแค่ต่อองค์กร แต่ยังรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และสังคมโดยรวมอีกด้วย

แม้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพ แต่หัวใจสำคัญของการสร้างความก้าวหน้ายังคงอยู่ที่ ‘คน’ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับอนาคต ผ่านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาภาวะผู้นำ ตลอดจนการส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามสายงานและข้ามประเทศ

ผลการลงทุนในบุคลากรของเราส่งผลไปถึงการพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ด้านการแพทย์ โดยในปี พ.ศ. 2568 สถาบันการศึกษาและฝึกอบรมทางการแพทย์ของเรา ‘เอสคูแลป อะคาเดมี’ (Aesculap Academy) จัดกิจกรรมด้านการศึกษาและวิชาการกว่า 200 ครั้ง ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์กว่า 10,000 คนทั่วประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการ ‘Sharing Expertise’ หรือการแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญ และสนับสนุนผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้น