ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมระดมทุนเกือบ 1.88 ล้านบาท สร้างอนาคตเด็กขาดโอกาส ครอบคลุมด้านสุขภาพ พัฒนาทักษะภาษา และการเรียนรู้ดิจิทัล
กรุงเทพฯ, 2 กรกฎาคม 2569 – พนักงานธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกันระดมทุนเกือบ 1.88 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล โดยขยายขอบเขตจากการศึกษาไปสู่การดูแลอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ พัฒนาทักษะภาษา และการเรียนรู้ดิจิทัล สะท้อนแนวทางที่มุ่งช่วยให้เด็ก ในพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงโอกาสเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้น

เงินบริจาคดังกล่าวจะสนับสนุนสามโครงการที่ดำเนินงานร่วมกับ สภากาชาดไทยและมูลนิธิยุวพัฒน์ ช่วยให้เด็กได้รับการดูแลรักษาที่จำเป็น เสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียน และเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี โครงการนี้ต่อยอดจากการระดมทุนเมื่อปีที่ผ่านมาและสะท้อนถึงแนวทางที่มองพัฒนาการดูแลเด็กอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ยูโอบี ฮาร์ทบีท (UOB Heartbeat) โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม ของธนาคารซึ่งมุ่งสนับสนุนด้านเด็ก การศึกษา และศิลปะในภูมิภาค โดยยูโอบี ประเทศไทย ยังคงเดินหน้า สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความหมายผ่านพลังของพนักงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาส ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ
นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับเด็กจำนวนมาก อุปสรรคต่อการเรียนรู้ล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ทั้งสุขภาพความสามารถในการอ่านและ เขียนตลอดจนการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สิ่งเหล่านี้มีส่วนหล่อหลอมอนาคตของเด็กด้วยเหตุนี้พนักงานของเราจึงร่วมแรงกันสนับสนุนแนวทางที่ครอบคลุมรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างรากฐาน ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ เติบโต และสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น”
เงินบริจาคส่วนหนึ่งจะสนับสนุนโครงการยิ้มสวย เสียงใส ของสภากาชาดไทย เพื่อเป็นทุนในการรักษา ผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขให้แก่เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความพิการแต่กำเนิด และอีกส่วน หนึ่งนำไปสนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ของสภากาชาดไทย ซึ่งเสริมทักษะด้าน การฟัง การอ่าน และการเขียนในหมู่เด็กพื้นที่ห่างไกล โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2567 – เมษายน พ.ศ.2568 (ปีการศึกษา 2567) มีโรงเรียนเข้าร่วมกว่า 1,500 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนอายุ 7–12 ปี มากกว่า 170,000 คน สามารถยกระดับนักเรียนให้ผ่านเกณฑ์การประเมินผลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ 10,542 คน คิดเป็นร้อยละ 59.87[1]
นอกจากนี้ เงินบริจาคยังสนับสนุนโครงการ UOB My Digital Space ห้องเรียนดิจิทัล ซึ่งธนาคารดำเนินงานร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนได้เข้าถึง สื่อการเรียนรู้ดิจิทัล เสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษอังกฤษ และวิชาทักษะชีวิตอื่นๆ ที่จำเป็นในอนาคต
นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวเสริมว่า “ในแต่ละปี มีเด็กกว่า 2,000 คนเกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ผ่านโครงการยิ้มสวย เสียงใส มีส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่เข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ขณะเดียวกันยังได้สนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของเด็กในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพในอนาคต
สภากาชาดไทยขอขอบคุณธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และพนักงานทุกท่าน ที่ร่วมระดมทุนและเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสด้านสุขภาพและการศึกษาแก่เด็กและผู้ด้อยโอกาส เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดีและยั่งยืนให้กับสังคมไทย”
นางสาวสกาวทิพย์ กิจสกุล ผู้อำนวยการ บัญชี และการเงิน กลุ่มมูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า “การเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีคุณภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เด็กๆ จะได้เปิดโลกทัศน์และเรียนรู้ผ่านมุมมองที่หลากหลาย พร้อมพัฒนาทักษะด้านวิชาการและทักษะชีวิตที่จำเป็นต่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน”
ด้วยพลังความร่วมมือของพนักงาน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการสร้างผลกระทบ ทางสังคมในระยะยาว และขยายโอกาสให้แก่เด็กด้อยโอกาสและชุมชนทั่วประเทศ