กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าสานต่อความสำเร็จ จัดงานครั้งที่ 2 ณ จังหวัดสงขลา ภายใต้โครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น”
กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าสานต่อความสำเร็จ จัดงานครั้งที่ 2 ณ จังหวัดสงขลา
ภายใต้โครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น”

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าสานต่อความสำเร็จจากจังหวัดเชียงใหม่ สู่การจัดงานครั้งที่ 2 ณ จังหวัด สงขลา ภายใต้โครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น” เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของประเทศไทย ผ่านการยกระดับ “ผ้าไทย” และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์แฟชั่นไทยสู่เวทีสากล
ภายหลังการจัดกิจกรรมครั้งแรก ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และประชาชนเป็นจำนวนมาก กรมประชาสัมพันธ์จึงต่อยอดการจัดงานสู่ภาคใต้ ด้วยกิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการและเสวนาวิชาการการพัฒนาองค์ความรู้ ระหว่างวันที่ 6 – 8 มิถุนายน 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนแนวคิด และนำเสนอศักยภาพผ้าไทยร่วมสมัยจากชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ

ภายในงานจะได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นผ้าไทยให้เป็นหนึ่งในพลัง Soft Power สำคัญของประเทศ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบร่วมสมัย และการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ
กิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วยการเสวนาวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักออกแบบแฟชั่น และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ “ชุดไทยพระราชนิยม จากราชสำนักสู่ความร่วมสมัย” “ชุดไทยพระราชนิยมกับภูมิปัญญาไทย จากมรดกวัฒนธรรมสู่แรงบันดาลใจใหม่” และ “แฟชั่นไทยกับ Soft Power : จากภูมิปัญญาชุมชนสู่ตลาดโลก” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พร้อมด้วยนักออกแบบชื่อดังของไทย อาทิ คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA คุณฝน สรลักษณ์ ติกขะปัญญา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ARCHIVE026 และ คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงคณาจารย์ด้านแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ แฟชั่นโชว์ภายใต้แนวคิด “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES : รันเวย์แห่งตัวตนที่ถูกถักทอ” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยนำเสนอผลงานแฟชั่นจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ซึ่งผ่านกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัย ซึ่งได้ “เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์” ศิลปิน นักแสดง และนายแบบชื่อดังของประเทศไทย มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้
สำหรับผู้ประกอบการชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 กลุ่ม ประกอบด้วย
⦁ “อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง” จังหวัดลำพูน โดดเด่นด้านผ้าไหมยกดอกและผ้าฝ้ายทอมือแบบล้านนา ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านลวดลายอันประณีตและมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
⦁ “บริษัท ไทยซิลค์ วิลเลจ จำกัด” จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพสูงครบวงจร ถ่ายทอดกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมต่อยอดกิจกรรมเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย
⦁ “กลุ่มไหมทองสุรนารี” จังหวัดนครราชสีมา เชี่ยวชาญการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ทอมือ ผสมผสานลายโบราณเข้ากับการออกแบบสมัยใหม่ และได้รับมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน
⦁ “กลุ่ม ธ.มณโฑ” จังหวัดอุดรธานี มีจุดเด่นด้านผ้าขิดและผ้ามัดหมี่ร่วมสมัย ใช้สีธรรมชาติและเส้นใยพิเศษในการสร้างลวดลายที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น
⦁ “กลุ่มขวัญตา (ศูนย์การเรียนรู้และออกแบบขวัญตา)” จังหวัดหนองบัวลำภู ศูนย์เรียนรู้ด้านผ้าไทยที่นำงานหัตถกรรมพื้นถิ่นมาต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัย พร้อมผลักดันสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ
⦁ “CHATTUWAN THAISILK” จังหวัดร้อยเอ็ด นำเทคนิคผ้าไหมมัดหมี่ดั้งเดิมมาพัฒนาเป็น Modern Ikat ถ่ายทอดเรื่องราวของทุ่งกุลาร้องไห้ผ่านงานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย
⦁ “กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์” จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าแพรวาและผ้ายกทอง ผ่านลวดลายสิริมงคลในรูปแบบร่วมสมัย
⦁ “กลุ่มอิมปานิ” จังหวัดราชบุรี ต่อยอดผ้าขาวม้าพื้นเมืองสู่สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่
⦁ “กลุ่มโรงทอผ้าศรีวิชัย” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ่ายทอดเรื่องราวอาณาจักรศรีวิชัยและวัฒนธรรมภาคใต้ ผ่านลวดลายและโทนสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
⦁ “ME-D NATHAP” จังหวัดสงขลา สร้างสรรค์ผ้าบาติกและงานย้อมสีธรรมชาติจากทรัพยากรในท้องถิ่น สะท้อนแนวคิดแฟชั่นยั่งยืนที่เชื่อมโยงศิลปะ สิ่งแวดล้อม และชุมชนเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาจาก 10 ชุมชนต้นแบบ จำนวนกว่า 100 ผลิตภัณฑ์ สะท้อนอัตลักษณ์ผ้าไทยที่หลากหลาย ทั้งผ้าไหมยกดอกล้านนา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าขิด ผ้าแพรวา ผ้าขาวม้าร่วมสมัย ไปจนถึงผ้าบาติกและงานย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งล้วนแสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการต่อยอดสู่แฟชั่นยุคใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดัน “ผ้าไทย” ให้ก้าวไกลมากกว่างานหัตถกรรมพื้นบ้าน สู่การเป็นพลังสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ชุมชน และอัตลักษณ์ไทยสู่ระดับสากล ผ่านพลัง Soft Power ที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน
###