เตรียมเมือง พัฒนาคน สร้างความพร้อมด้านการท่องเที่ยว ปูทางโคราชเอ็กซ์โป 2572
เขาใหญ่ – สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “เรียนรู้ แลกเปลี่ยน สร้างสรรค์ กิจกรรมไมซ์และท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมสู่งานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2572” ระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2568 ณ เดอะ แพนดอร่า แคมป์ เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
งานสัมมนามุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับคนทุกกลุ่ม โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้สนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรในพื้นที่ เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2572 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาและประเทศไทย

“ขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่จะมาจัดเต็มทั้ง 3 วัน เพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนสร้างสรรค์กิจกรรมไมซ์และท่องเที่ยวยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมสู่งานโคราชเอ็กซ์โป 2029 สิ่งที่เราสนใจที่สุดคือการเคลื่อนเมืองด้วยคน ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด งานเอ็กซ์โปใดๆ ที่จัดมาเป็นร้อยๆ ปี มิอาจเคลื่อนได้ด้วยสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่เติบโตไปพร้อมกับเมืองคือ “คน” ทั้งสิ้น ซึ่งคนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการสร้างความยั่งยืนให้กับเมืองและโลกของเรา ซึ่งสมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่และภาคีสมาชิกทุกคนตั้งใจเชิญวิทยากรที่มีความสามารถมาถ่ายทอดประสบการณ์ของแต่ละคนให้พวกเราได้เรียนรู้และรับฟัง”

ด้าน คุณกษิรา สองเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวสนับสนุนการจัดโครงการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและกิจกรรมไมซ์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างมีคุณภาพ โดยกล่าวว่า
“ไมซ์เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างสำคัญ ซึ่งทีเส็บให้ความสำคัญเป็นอย่งายิ่ง ในปี 2567 ยอดตัวเลขของนักเดินทางไมซ์เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 21 หรือมากกว่า 16 ล้านคน สร้างรายได้ให้ประเทศถึง 53,000 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดนครราชสีมามีความโดดเด่นในฐานะไมซ์ซิตี้ มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกถึง 3 แห่งด้วยกัน ทำให้เรากลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักเดินทางไมซ์จากทั่วโลก โดยในปี 2567 นี้ โคราชมีนักเดินทางไมซ์กว่า 300,000 ราย กระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 960 ล้านบาท ซึ่งทีเส็บเองก็ได้ช่วยสนับสนุนการจัดงานต่างๆ มาโดยตลอด รวมถึงดึงดูดการประชุมระดับนานาชาติมาจัดที่โคราชด้วย เช่นงานมหกรรมพืชสวนโลก งานกล้วยไม้โลก และงานประชุมทางวิชาชีพระดับนานาชาติ จีโอพาร์ค ทีเส็บส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานไมซ์ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเน้นประสบการณ์ของประเทศไทยในการจัดงานไมซ์ที่มีคุณค่าและส่งเสริมสุขภาพที่ดี รวมไปถึงความยั่งยืน โดยมีแนวคิดหลัก 4 ด้านดังนี้
- Wellness ส่งเสริมการจัดงานไมซ์ที่เน้นด้านสุขภาพกายและใจ ใช้ประโยชน์จากกการที่ไทยมีชื่อเสียงด้านแพทย์แผนไทยและการบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม
- Well Connect การเชื่อมต่อที่ดี อำนวยความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมต่อระหว่างเมืองต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางของผู้ร่วมงาน และส่งเสริการท่องเที่ยวแบบจับคู่เมือง เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย
- Well Balance ความสมดุลที่ดี ให้ความสำคัญกับการจัดงานอย่างยั่งยืน ท่องเท ยวแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
- Well welcome เน้นการต้อนรับที่อบอุ่มของคนไทย สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และสร้างความทรงจำที่ดีให้ผู้เข้าร่วมงาน
การจัดงานในวันนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะสามารถส่งเสริมธุรกิจด้านอุตสาหกรรมการเกษตร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการบริการต่างๆ เพื่อรองรับงานพืชสวนโลก เตรียมพร้อมรับมือนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างมาตรฐานใหม่ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งกิจกรรมตลอดทั้ง 3 วันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้และแนวคิดใหม่ๆ จากวิทยากร เช่น การจัดกิจกรรมไมซ์ การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อคนทั้งมวล การศึกษาดูงาน และแนวทางในการบริหารจัดการธุรกิจที่สามารถรองรับคนทั้งมวลได้อย่างยั่งยืน ซึ่งทีเส็บพร้อมสนับสนุนทุกรูปแบบเพื่อผลักดันให้โคราชกลายเป็นไมซ์ซิตี้และหมุดหมายของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงต่อไป”
ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ “อารยสถาปัตย์กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” โดย นายกฤษณะ ละไลย ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้เข้าถึงและสะดวกสบายสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และทุกคนในสังคม

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาเรื่อง “โอกาสและความท้าทายในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลก Korat Expo 2029” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ผศ.ดร.ณัฏฐินี ทองดี, ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล, นางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ และ ผศ.ดร.เอกสิทธิ์ หนุนภักดี ที่ได้ร่วมกันวิเคราะห์และให้มุมมองเกี่ยวกับศักยภาพและความท้าทายต่างๆ ในการจัดงานระดับโลกครั้งนี้

สำหรับหัวข้อเสวนาอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ “การยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนผ่านการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)” โดย นายพงศกร โค้วไพโรจน์ จาก ททท., “การจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดย ดร.ศศดิศ ชูชนม์, “Business Festival: ทิศทางงานเทศกาลเชิงธุรกิจในกระแสโลก” โดย นายจิรายุ วัยวุฒิ, “เขาใหญ่: เมืองแห่งเฟสติวัลกับแรงบันดาลใจสู่โคราชเอ็กซ์โป 2029” โดย นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร, “การบริหารจัดการของเสียจากงานเทศกาล” โดย นางสาววิลาวัณย์ ปานยัง, และ “การพัฒนาการท่องเที่ยวสีเขียวเชิงสร้างสรรค์ต่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” โดย เภสัชกร ดร.วีระพงษ์ ประสงค์จีน

ในวันสุดท้ายของการสัมมนา ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสศึกษาดูงาน ณ เดอะ แพนดอร่า แคมป์ เขาใหญ่ ซึ่งเป็นตัวอย่างของสถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่จัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและรองรับคนทุกกลุ่ม
การจัดอบรมสัมมนาครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต้อนรับงานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2572 ที่คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ